สำหรับคนรักเนื้อวัวอย่างเรา ๆ การเลือกเนื้อที่ดีมีคุณภาพไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่มันคือประสบการณ์ทั้งหมดที่เริ่มตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ เราจะมาคุยกันถึงเนื้อที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดไทยและทั่วโลก นั่นก็คือ เนื้อออส หรือเนื้อวัวจากออสเตรเลีย ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อแต่ยังไม่รู้ว่าทำไมมันถึงพิเศษขนาดนั้น บทความนี้ Beastie จะมาเล่าว่า เนื้อออส คืออะไร จุดเด่น และส่วนที่นิยมนำมาทำสเต็ก

เนื้อออส คือ?
เนื้อออส คือเนื้อวัวที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเนื้อวัวชั้นนำของโลก เนื้อออสเตรเลียได้รับการยอมรับในระดับสากลเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด ประเทศนี้มีสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงวัวแบบปล่อยธรรมชาติ ทำให้เนื้อที่ได้มีคุณภาพสูง มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญคือมีความปลอดภัยสูงจากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด
ในตลาดไทย เนื้อออส กลายเป็นตัวเลือกหลักของร้านสเต็กชั้นนำและผู้บริโภคที่คำนึงถึงคุณภาพ เพราะนอกจากจะมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเนื้อวากิวแล้ว ยังให้รสชาติที่เข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่ดีไม่แพ้กัน
จุดเด่นของเนื้อออสเตรเลีย
สิ่งที่ทำให้เนื้อวัวจากออสเตรเลียโดดเด่นและได้รับความนิยมทั่วโลกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันมาจากหลายปัจจัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ตั้งแต่วิธีการเลี้ยง มาตรฐานการผลิต ไปจนถึงคุณสมบัติของเนื้อที่ได้
วิธีเลี้ยงแบบปล่อย และใช้หญ้าเป็นหลัก
ออสเตรเลียมีพื้นที่ทุ่งหญ้าธรรมชาติกว้างใหญ่ไพศาล วัวส่วนใหญ่ได้รับการเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินกินหญ้าตามธรรมชาติ (Grass-fed) ซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงแบบคอกขังที่ให้อาหารข้าวโพดเป็นหลัก (Grain-fed) วิธีการเลี้ยงแบบนี้ทำให้เนื้อมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า มีกลิ่นหอมของหญ้าธรรมชาติ และมีไขมันที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า โดยเฉพาะโอเมก้า 3
นอกจากนี้ สภาพอากาศที่เหมาะสมและพื้นที่เลี้ยงที่กว้างขวางยังทำให้วัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี เติบโตแข็งแรงตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อที่ได้

มาตรฐานคุณภาพ AUS-MEAT
เนื้อออส ที่ส่งออกทั้งหมดต้องผ่านการรับรองจาก AUS-MEAT ซึ่งเป็นระบบการจัดเกรดเนื้อวัวที่เข้มงวดและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มาตรฐานนี้จะประเมินเนื้อจากหลายปัจจัย เช่น สีของเนื้อ ปริมาณไขมันแทรก (Marbling) ความสดใหม่ และคุณภาพโดยรวม
การมีระบบการจัดเกรดที่ชัดเจนนี้ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเนื้อได้ตามความต้องการและงบประมาณอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเกรด Prime, Choice หรือ Standard แต่ละเกรดก็มีคุณภาพที่ได้มาตรฐานทั้งสิ้น
รสชาติ เนื้อสัมผัส ไขมันแทรกที่สมดุล
สิ่งที่ทำให้ เนื้อออสเตรเลีย เป็นที่ชื่นชอบของเชฟและนักชิมทั่วโลกคือความสมดุลที่ลงตัว เนื้อมีรสชาติเข้มข้นแบบ Beefy ที่ชัดเจน ไม่จืดไม่เลี่ยน เนื้อสัมผัสนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเกินไปแต่ก็ไม่ละมุนจนเกินไป มีความเป็นเนื้อที่แท้จริง
ไขมันแทรกในเนื้อมีปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปจนมันหรือไม่น้อยเกินไปจนแห้ง เมื่อนำไปปรุงด้วยสูตรสเต็กเนื้อที่ถูกวิธี ไขมันเหล่านี้จะละลายออกมาทำให้เนื้อชุ่มฉ่ำและมีรสชาติที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเนื้อที่ผ่านการ Dry-aged แล้ว รสชาติจะยิ่งซับซ้อนและน่าประทับใจมากขึ้นไปอีก
ส่วนของเนื้อออสที่นิยมนำมาทำสเต็ก
เมื่อพูดถึงการทำสเต็ก การเลือกส่วนต่าง ๆ ของเนื้อวัวที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้สเต็กที่สมบูรณ์แบบ เนื้อออสเตรเลีย มีหลากหลายส่วนที่เหมาะสำหรับการทำสเต็ก แต่ละส่วนมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป
ริบอาย (Ribeye)
ริบอาย เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักชิมเนื้อทั่วโลก ตัดมาจากส่วนซี่โครงของวัว มีไขมันแทรกมากที่สุดในบรรดาเนื้อชิ้นพรีเมียม ตรงกลางจะมีก้อนไขมันที่เรียกว่า “Eye” หรือตาริบ ซึ่งเมื่อปรุงแล้วจะละลายออกมาทำให้เนื้อชุ่มฉ่ำและหอมหวานอย่างน่าทึ่ง
เนื้อสัมผัสของริบอายนุ่มละมุน รสชาติเข้มข้นและมันมากกว่าส่วนอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเนื้อที่มีรสชาติเต็มปากและไม่กลัวไขมัน ที่ Beastie เราใช้ Australian Wagyu Ribeye MB6+ ซึ่งให้ความนุ่มและรสชาติที่เหนือระดับ
เซอร์ลอยน์ (Sirloin)
เซอร์ลอยน์ หรือที่คนไทยเรียกว่าเนื้อสันนอก ตัดมาจากส่วนหลังบนของวัว เป็นส่วนที่สมดุลที่สุดระหว่างรสชาติ เนื้อสัมผัส และราคา ไขมันแทรกน้อยกว่าริบอายแต่ก็ยังพอมีให้รสชาติและความชุ่มฉ่ำ เนื้อมีความกระชับแน่นกว่า แต่ก็ไม่เหนียว
รสชาติของเซอร์ลอยน์เป็นแบบ Pure beef flavor ที่ชัดเจน ไม่ถูกกลบด้วยไขมันมากเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสมดุล ต้องการรสชาติของเนื้อที่แท้จริง และไม่ต้องการไขมันมากเกินไป เป็นตัวเลือกยอดนิยมของร้านสเต็กทั่วโลกรวมถึงที่ร้านเราด้วย
เทนเดอร์ลอยน์ (Tenderloin)
เทนเดอร์ลอยน์ หรือสันในคือส่วนที่นุ่มที่สุดของวัวทั้งตัว เพราะเป็นกล้ามเนื้อที่วัวแทบไม่ได้ใช้งาน ตัดมาจากใต้กระดูกสันหลังด้านใน มีลักษณะเป็นแท่งยาว ไม่มีไขมันแทรกมากนัก แต่ก็ไม่แห้ง
ด้วยความนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์นี้ เทนเดอร์ลอยน์จึงเป็นที่นิยมของคนที่ต้องการเนื้อที่นุ่มละมุน เคี้ยวง่าย และไม่มีไขมันมาก รสชาติจะละเอียดอ่อนกว่าส่วนอื่น ไม่เข้มข้นมากนัก แต่ถ้าปรุงอย่างถูกวิธีก็ให้ประสบการณ์การทานที่หรูหราและน่าประทับใจ
ทีโบน และพอร์เตอร์เฮาส์ (T-Bone, Porterhouse)
ทีโบน และพอร์เตอร์เฮาส์ เป็นชิ้นสเต็กสุดพิเศษที่รวมสองส่วนเข้าด้วยกัน คือ เทนเดอร์ลอยน์และสตริปลอยน์ คั่นด้วยกระดูกตัว T ตรงกลาง ความแตกต่างระหว่างสองชิ้นนี้อยู่ที่ขนาดของส่วนเทนเดอร์ลอยน์ โดยพอร์เตอร์เฮาส์จะมีส่วนเทนเดอร์ลอยน์ที่ใหญ่กว่า
การทานชิ้นนี้ให้ความพิเศษตรงที่คุณได้สัมผัสทั้งสองเนื้อสัมผัสในจานเดียวกัน ด้านหนึ่งนุ่มละมุน อีกด้านหนึ่งมีรสชาติเข้มข้นกว่า กระดูกตรงกลางยังช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้กับเนื้อด้วย
ชัคอาย หรือชัคโรล (Chuck Eye / Chuck Roll)
ชัคอาย เป็นอีกหนึ่งส่วนที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัดมาจากส่วนบ่าของวัว ติดกับริบอาย ทำให้มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก มีไขมันแทรกดี รสชาติเข้มข้น แต่ราคาถูกกว่าริบอายพอสมควร
หลายคนเรียกชัคอายว่า “Poor Man’s Ribeye” เพราะให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับริบอายมาก แต่ราคาเข้าถึงได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ชัคอายต้องการความชำนาญในการปรุงมากกว่าเล็กน้อย เพราะมีเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อมากกว่า แต่ถ้าปรุงถูกวิธีก็จะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ส่วนพรีเมียมเลย
สรุป
เนื้อออส หรือเนื้อวัวจากออสเตรเลียไม่ใช่แค่เนื้อวัวธรรมดา แต่เป็นผลผลิตที่มาจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม วิธีการเลี้ยงที่ใส่ใจ และมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด ทำให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น เนื้อสัมผัสที่ดี และมีความปลอดภัยในระดับสากล
ไม่ว่าคุณจะเลือกส่วนไหน ตั้งแต่ริบอายที่มันละมุนไปจนถึงเทนเดอร์ลอยน์ที่นุ่มเป็นพิเศษ หรือจะเป็นพอร์เตอร์เฮาส์ที่ให้ทั้งสองประสบการณ์ในจานเดียว เนื้อออสเตรเลีย ต่างให้คุณค่าและความพึงพอใจที่คุ้มค่ากับราคา เมื่อนำมาผสมผสานกับฝีมือการปรุงที่ถูกวิธีและบรรยากาศที่ดีอย่างที่ Beastie Steakhouse เสิร์ฟให้ คุณจะได้รับประสบการณ์การทานเนื้อที่สมบูรณ์แบบและน่าจดจำ
สนใจสำรองที่นั่ง โทร 089-716-2626