คนที่ชอบกินสเต็กอาจจะเคยสงสัยว่า ทำไมบางครั้งกินสเต็กแล้วรู้สึกว่าอร่อยสุด ๆ แต่บางครั้งกลับรู้สึกว่าขาดอะไรไป คำตอบอาจจะอยู่ที่เครื่องดื่มที่เราเลือกดื่มคู่กับมันก็ได้ การเลือกสเต็กกินกับเครื่องดื่มอะไรให้เข้ากันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นศาสตร์เล็ก ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การกินสเต็กของเราได้จริง วันนี้ Beastie จะมาแชร์ว่าเครื่องดื่มแต่ละแบบเข้ากับสเต็กแบบไหน และควรเลือกอย่างไรให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด

เครื่องดื่มแบบไหน กินกับสเต็กแล้วเข้ากันที่สุด
เวลาไปกินสเต็กที่ร้านดี ๆ เราจะเห็นเมนูเครื่องดื่มยาวเหยียด บางคนอาจจะงงว่าควรเลือกอะไร ความจริงแล้ว เครื่องดื่มแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และสามารถเสริมรสชาติของสเต็กได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ช่วยตัดความมัน ดึงความหวานของเนื้อ ไปจนถึงทำให้รสชาติอิ่มเอมมากขึ้น
ไวน์
ไวน์คงหนีไม่พ้นที่จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนที่ชอบกินสเต็ก โดยเฉพาะไวน์แดงที่มีแทนนินสูง เช่น Cabernet Sauvignon หรือ Malbec จะช่วยตัดความมันของเนื้อได้ดีมาก ตัวแทนนินนี่แหละที่ทำให้รู้สึกฝาดเล็กน้อยในปาก แต่พอกินกับเนื้อแล้วกลับช่วยทำให้รสชาติสมดุลขึ้น เหมือนล้างความมันออกไปแล้วเตรียมปากพร้อมสำหรับคำต่อไป
สำหรับคนที่ชอบรสชาติหนัก ๆ แนะนำให้ลองไวน์ที่มี body เต็ม ๆ ซึ่งจะเข้ากับเนื้อที่มีรสชาติเข้มข้น แต่ถ้าชอบแบบนุ่มนวลกว่านี้ ไวน์ Pinot Noir ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีความละเอียดอ่อนกว่า ไม่กลบรสเนื้อแต่ก็ช่วยเสริมให้รสชาติลงตัว
เบียร์
ใครว่าเบียร์ไม่เข้ากับสเต็ก ความจริงแล้วเบียร์คราฟท์หลายสไตล์เข้ากับสเต็กได้ดีเหลือเกิน โดยเฉพาะ Stout หรือ Porter ที่มีรสชาติเข้มข้น มีกลิ่นกาแฟและช็อกโกแลต เวลากินกับเนื้อที่ย่างจนเกรียมนิด ๆ จะได้รสชาติที่กลมกล่อมน่าประหลาดใจ
เบียร์ IPA ที่มีความขมจากฮอปก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยตัดความมันและทำให้ปากสดชื่น พร้อมสำหรับคำต่อไป ส่วนเบียร์ Lager เบา ๆ เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้เครื่องดื่มเด่นเกินไป แค่อยากมีอะไรดื่มเล่น ๆ ระหว่างกินสเต็ก
วิสกี้และค็อกเทล
วิสกี้เป็นเครื่องดื่มที่ผู้ชายหลายคนชอบดื่มคู่กับสเต็ก โดยเฉพาะวิสกี้ที่มีรสชาติเข้มข้น มีกลิ่นควันและไม้โอ๊ก จะเสริมให้กลิ่นของเนื้อที่ย่างกลายเป็นมิติใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น แต่ต้องระวังเรื่องความเข้มข้น เพราะถ้าดื่มวิสกี้ที่แรงเกินไปอาจจะทำให้ลิ้นชาจนรับรสชาติของเนื้อไม่ค่อยได้
ส่วนค็อกเทลก็มีหลายสูตรที่เข้ากับสเต็ก เช่น Old Fashioned ที่มีความหวานนิดหน่อยจากน้ำเชื่อมและขมจากแองโกสทูร่า หรือ Manhattan ที่ผสมเวอร์มุธเข้าไปทำให้มีรสชาติที่ซับซ้อนแต่ไม่หวานจัด สิ่งสำคัญคือต้องเลือกค็อกเทลที่ไม่หวานมากเกินไป ไม่งั้นจะกลบรสเนื้อไปเลย

ม็อกเทล
สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์แต่อยากได้บรรยากาศแบบค็อกเทล ม็อกเทลเป็นทางเลือกที่ดีมาก ทุกวันนี้ร้านหลายแห่งมีเมนูม็อกเทลที่ออกแบบมาให้เข้ากับอาหารได้จริง ๆ ไม่ได้แค่น้ำหวาน ๆ ธรรมดา ลองหาแบบที่มีรสเปรี้ยวจากมะนาว มีความขมนิด ๆ จากโซดา หรือมีกลิ่นสมุนไพรจากโรสแมรี่ ก็จะช่วยเสริมรสชาติของสเต็กได้ดี
ข้อดีของม็อกเทลคือดื่มได้เยอะโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเมา และยังคงสามารถรับรสชาติของอาหารได้อย่างเต็มที่ตลอดมื้อ บางสูตรยังใส่เครื่องเทศหอม ๆ เข้าไปด้วย ทำให้มีความซับซ้อนไม่แพ้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลย
ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรเลือกได้บ้าง?
ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีเครื่องดื่มอีกหลายประเภทที่จับคู่กับสเต็กได้ดีไม่แพ้กัน บางอย่างอาจจะทำให้ประหลาดใจว่าเข้ากันได้ขนาดนี้
ชา ดื่มง่าย ตัดความมันได้ดี
ชาโดยเฉพาะชาดำที่ชงเข้ม ๆ เป็นตัวเลือกที่ดีมาก แทนนินในชามีคุณสมบัติคล้าย ๆ กับไวน์แดง ช่วยตัดความมันและล้างปากได้ดี ลองชงชาดาร์จีลิงหรือเอิร์ลเกรย์ดื่มคู่กับสเต็กดู จะพบว่ารสชาติกลมกล่อมน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะเวลากินเนื้อที่มีความมันสูง ชาจะช่วยให้รู้สึกไม่เลี่ยนเกินไป
กาแฟ กินกับสเต็กได้จริงไหม
หลายคนอาจจะแปลกใจว่ากาแฟกินกับสเต็กได้ด้วยเหรอ คำตอบคือได้ แต่ต้องเลือกให้ถูก กาแฟดำที่มีรสขมและมีกลิ่นโคตรเข้ม ๆ จะเข้ากับสเต็กที่มีรสชาติเข้มข้นได้ดี โดยเฉพาะเนื้อที่ย่างจนเกรียม กลิ่นควันของเนื้อจะเข้ากับกลิ่นคั่วของกาแฟได้ลงตัว แต่ถ้าสเต็กรสอ่อน ๆ อย่าง Tenderloin อาจจะไม่เหมาะเท่าไร เพราะกาแฟอาจจะเด่นเกินไปกลบรสเนื้อได้
น้ำผลไม้รสเปรี้ยว ตัวช่วยดึงรสเนื้อ
น้ำผลไม้รสเปรี้ยวอย่างน้ำมะนาว น้ำส้ม หรือน้ำแครนเบอร์รี่ ช่วยดึงรสชาติของเนื้อออกมาได้ดี ความเปรี้ยวจะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำลาย ทำให้รับรสชาติได้ชัดเจนขึ้น และยังช่วยตัดความมันอีกด้วย แต่ต้องเลือกแบบที่ไม่หวานจัด ถ้าหวานมากเกินไปจะกลายเป็นกลบรสเนื้อไปอีกแบบ
เลือกเครื่องดื่มตามสไตล์เนื้อ จะอร่อยกว่า
นอกจากจะต้องรู้ว่ามีเครื่องดื่มอะไรเลือกได้บ้างแล้ว การเลือกเครื่องดื่มให้เข้ากับประเภทของเนื้อก็สำคัญมาก เพราะแต่ละชิ้นมีลักษณะไม่เหมือนกัน บางชิ้นมัน ๆ บางชิ้นเบา บางชิ้นมีรสชาติเข้มข้น การจับคู่ให้ถูกจะทำให้ได้ประสบการณ์ที่ดีกว่ามาก
สเต็กเนื้อมัน ๆ อย่าง Ribeye ควรกินกับอะไร
Ribeye เป็นชิ้นที่มีมาร์เบิลเยอะ มีไขมันสูง รสชาติเข้มข้นมาก เวลากินจะรู้สึกถึงความมันละมุนลิ้น สำหรับชิ้นแบบนี้ควรเลือกเครื่องดื่มที่มีความแรงพอจะตัดความมันได้ เช่น ไวน์แดงที่มีแทนนินสูงอย่าง Cabernet Sauvignon หรือ Shiraz หรือถ้าชอบเบียร์ก็เลือก IPA ที่มีความขม หรือ Stout ที่มีรสเข้มข้น
การเลือกเครื่องดื่มที่มี Body หนัก ๆ จะช่วยให้รสชาติสมดุลกัน ไม่รู้สึกเลี่ยนหรือเต็มปากเกินไป และยังทำให้แต่ละคำที่กินรู้สึกสดชื่น พร้อมกินคำต่อไปได้เรื่อย ๆ
เนื้อนุ่ม เบา อย่าง Tenderloin เลือกยังไงไม่กลบรส
Tenderloin เป็นชิ้นที่นุ่มมาก ไขมันน้อย รสชาติละเอียดอ่อน ถ้าเลือกเครื่องดื่มที่หนักเกินไปจะทำให้รสเนื้อหายไป ควรเลือกเครื่องดื่มที่มีรสชาติละมุนกว่า เช่น ไวน์ Pinot Noir ที่มี body เบา หรือไวน์ขาวอย่าง Chardonnay ที่ไม่หวานจัด
ถ้าชอบเบียร์ก็เลือกแบบ Lager เบา ๆ หรือ Pale Ale ที่ไม่ขมจัด ส่วนคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ลองชาเขียวหรือชาขาวที่มีรสอ่อน ๆ จะเข้ากับ Tenderloin ได้ดี หรือน้ำผลไม้ที่รสไม่จัดจ้านเกินไปก็เป็นทางเลือกที่ดี
สเต็กชิ้นใหญ่ หนา ๆ เครื่องดื่มต้องหนักแค่ไหนถึงไหว
เวลากินสเต็กชิ้นใหญ่อย่าง เนื้อ Tomahawk หรือ Porterhouse ที่หนักเป็นกิโล เราต้องการเครื่องดื่มที่สามารถตามทันกับปริมาณและความเข้มข้นของเนื้อได้ตลอดมื้อ ไวน์แดงที่มีแอลกอฮอล์สูงกว่า 14% และมี body เต็มๆ จะเหมาะมาก เพราะจะไม่รู้สึกว่าเครื่องดื่มเบาไปหรือจืดไป
อีกทางเลือกคือวิสกี้ที่ดื่มแบบ on the rocks หรือค็อกเทลแบบ Old Fashioned ที่มีรสชาติเข้มข้น ส่วนคนที่ดื่มเบียร์ควรเลือก Imperial Stout หรือ Belgian Strong Ale ที่มีแอลกอฮอล์สูงและรสชาติซับซ้อน เพื่อให้สามารถจับคู่กับเนื้อชิ้นใหญ่ได้ตลอดทั้งมื้อ
เนื้อดรายเอจ กลิ่นแรง ควรจับคู่ยังไง
เนื้อดรายเอจมีกลิ่นและรสชาติที่แรงกว่าเนื้อธรรมดามาก มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว บางคนอาจจะรู้สึกว่าแรงเกินไป การเลือกเครื่องดื่มจึงต้องเลือกให้เข้ากับความเข้มข้นนี้ ไวน์แดงแบบ full-bodied ที่อายุมากกว่า 5 ปีจะเข้ากับเนื้อดรายเอจได้ดีมาก เพราะทั้งสองอย่างมีกลิ่นที่ซับซ้อนและเข้มข้น เวลาจับคู่กันจะเกิดมิติใหม่ของรสชาติที่น่าสนใจ
วิสกี้สก็อตที่มีกลิ่นควันก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะเสริมกลิ่นของเนื้อดรายเอจให้เด่นขึ้น หรือถ้าชอบเบียร์ ให้เลือกแบบที่มีการหมักนานและมีรสชาติที่ซับซ้อน เช่น Barrel-Aged Stout ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การกินเนื้อดรายเอจให้ดีขึ้นอีกระดับ
สิ่งที่คนชอบพลาดเวลาเลือกเครื่องดื่มกินกับสเต็ก
แม้ว่าการเลือกเครื่องดื่มดูจะไม่ยาก แต่ก็มีข้อผิดพลาดบางอย่างที่คนมักจะทำกันบ่อย ๆ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การกินสเต็กไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น ลองมาดูกันว่ามีอะไรที่ควรหลีกเลี่ยงบ้าง
เครื่องดื่มหวานเกินไป ทำให้รสเนื้อหาย
นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด หลายคนเลือกเครื่องดื่มหวานเกินไปเพราะคิดว่าจะทำให้กินง่ายขึ้น แต่ความจริงแล้วความหวานจะกลบรสชาติของเนื้อไปเลย ทำให้ไม่สามารถรับรสเนื้อได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะค็อกเทลหวานๆ โซดาหวาน หรือไวน์ขาวหวานจัด ล้วนไม่เหมาะกับสเต็กเลย
ถ้าอยากได้ความหวานนิดหน่อย ควรเลือกแบบที่มีความสมดุลระหว่างหวานกับขมหรือเปรี้ยว ไม่ใช่หวานจัดเพียงอย่างเดียว แล้วจะพบว่ารสชาติกลมกล่อมและเข้ากับเนื้อได้ดีกว่ามาก
เครื่องดื่มเบาไป จนสู้รสสเต็กไม่ไหว
อีกข้อผิดพลาดคือการเลือกเครื่องดื่มเบาไปจนทำให้รู้สึกว่าเครื่องดื่มไม่มีตัวตน ไม่สามารถช่วยเสริมหรือตัดความมันของเนื้อได้ เหมือนกินน้ำเปล่าไปเลย เช่น เลือกไวน์ขาวที่รสชาติอ่อนมาก ๆ มากินกับ Ribeye ที่มันหนัก หรือเลือกเบียร์ Lager เบา ๆ ไปกินกับเนื้อดรายเอจ
การเลือกเครื่องดื่มควรพิจารณาว่าเนื้อที่เราสั่งมามีความเข้มข้นแค่ไหน แล้วเลือกเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นสมดุลกับมัน ไม่ต้องหนักพอกันเสมอไป แต่ต้องไม่เบาจนหายไปด้วย
ดื่มผิดจังหวะ ทำให้รสชาติไม่ต่อเนื่อง
บางคนชอบดื่มเครื่องดื่มทีเดียวหลาย ๆ อึก แล้วค่อยกินเนื้อ หรือกินเนื้อไปหลายคำแล้วค่อยดื่ม การดื่มผิดจังหวะแบบนี้ทำให้รสชาติไม่ต่อเนื่อง บางทีเครื่องดื่มครอบงำปาก บางทีเนื้อเต็มปาก ไม่ได้รสชาติที่กลมกล่อมเท่าที่ควร
วิธีที่ดีคือควรสลับกินเนื้อกับดื่มเครื่องดื่มสลับไปสลับมา กินเนื้อสักคำสองคำ แล้วจิบเครื่องดื่มนิดหน่อยเพื่อล้างปาก แล้วค่อยกินเนื้อต่อ รสชาติจะต่อเนื่องและสมดุลกว่ามาก
สรุป สเต็กกินกับเครื่องดื่มอะไรดี
การเลือกสเต็กกินกับเครื่องดื่มอะไรให้เข้ากันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเนื้อแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร แล้วเลือกเครื่องดื่มที่สามารถเสริมหรือตัดความมันได้พอดี หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่หวานจัดหรือเบาจนเกินไป และดื่มสลับกับการกินเนื้ออย่างสมดุล
ลองทดลองดูบ้างว่า สเต็กเนื้อกินกับอะไรแล้วเครื่องดื่มตัวไหนที่เข้ากับความชอบของเราที่สุด การทดลองและสำรวจรสชาติใหม่ ๆ จะทำให้เราค้นพบความสุขในการกินสเต็กมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์การกินสเต็กแบบครบครันจริง ๆ ลองมาที่ Beastie Premium Steakhouse ที่มีเนื้อชั้นดี เมนูหลากหลาย และบรรยากาศที่เหมาะกับการดื่มด่ำกับอาหาร รวมถึงการใช้ Dry Rub แบบพิเศษจากเชฟที่มีประสบการณ์กว่า 27 ปี ที่ร้านอาหารเชฟอ๊อฟแห่งนี้
สำรองที่นั่งได้ที่ 089-716-2626